สิวเกิดจากการอักเสบของต่อมไขมัน (sebaceous) ซึ่งมักเกิดบนใบหน้าของวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว ซึ่งอาการจะไม่รุนแรง โดยพบสิวได้หลายระยะทั้งสิวอุดตัน สิวอักเสบที่มักเห็นเป็นตุ่มแดง หากในบางรายอักเสบมากอาจพบเป็นตุ่มหนอง หรือเป็นสิวอักเสบขนาดใหญ่ที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวหนังที่เรียกว่าสิวหัวช้าง เมื่อเป็นเช่นนี้ต้องหาวิธี รักษาสิว แต่ก่อนอื่นเรามาหาสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวกันก่อนดีกว่าค่ะ

Female putting on moisturizer on her facial skin and holding the mirror. Model isolated on white background
ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว
- ฮอร์โมน
ปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้เกิดสิวเนื่องมาจากระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนมีระดับสูงในช่วงวัยรุ่น โดยเฉพาะเพศชาย ซึ่งจะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่ขึ้น มีการสร้างไขมันออกมามากขึ้น ทำให้ไขมันไปผสมเข้ากับแบคทีเรียและเซลล์ผิวที่ตายแล้วซึ่งอยู่ในรูขุมขน
ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนกลายเป็นสิวอุดตัน ระหว่างนั้นเม็ดเลือดขาวในร่างกายจะออกมากำจัดแบคทีเรีย ทำให้สิวอักเสบ เกิดเป็นตุ่มแดง บวม เจ็บ และเป็นหัวหนองในที่สุด
- อาหาร
ยังไม่มีการศึกษาที่บ่งชี้ว่าอาหารเป็นสาเหตุของการเกิดสิว แต่ให้สังเกตว่าเมื่อรับประทานอาหารชนิดใดเข้าไปแล้ว ทำให้อาการสิวอักเสบแย่ลง อาจลองหลีกเลี่ยงหรือหยุดรับประทานอาหารชนิดนั้น ๆ แล้วสังเกตว่าอาการสิวอักเสบดีขึ้นหรือไม่
- เครื่องสำอาง
หากจำเป็นต้องใช้เครื่องสำอาง แนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำมัน (oil-free) และควรจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าไม่ทำให้เกิดสิวอุดตันหรือสิวอักเสบ (noncomedogenic และ non-acnegenic) นอกจากนี้การใช้สเปรย์หรือเจลบำรุงเส้นผม ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณใบหน้า
- ความเครียด
สังเกตได้จากหากวันไหนรู้สึกว่ามีความเครียดจะเกิดสิว ซึ่งความเครียดจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น
- การใช้ยา
ซึ่งยาบางอย่างเช่น สเตียรอยด์และลิเธียม มีรายงานว่าทำให้เกิดสิวได้ในบางคน
- กรรมพันธุ์
หากพ่อ แม่ มีประวัติเป็นสิวในช่วงวัยรุ่น ลูกก็มีโอกาสที่จะเป็นสิวด้วยเช่นกัน
วิธีรักษาสิว
- รักษาที่ต้นตอของปัญหาสิว
สิวมักเกิดจากความมันบนใบหน้า ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นวิธีที่จะช่วยลดความมันบนใบหน้า เช่น การล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์ที่ไม่ทำให้หน้าแห้งตึงจนเกินไป การใช้กระดาษซับมันระหว่างวัน และยังรวมไปถึงการล้างหน้าที่ถูกวิธี การควบคุมความมันที่เป็นต้นตอของสิว การเลือกครีมบำรุงที่สามารถควบคุมความมันบนใบหน้าได้เรียกได้ว่าการรักษาที่ต้นตอของสิวเป็นสิ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้ หากต้องการรักษาอย่างจริงจัง
- ยาทาสิว เจลแต้มสิว
หากคุณเป็นสิวอุดตัน การรักษาที่เหมาะสมคือการใช้ ยาทาสิว ที่ช่วยลดการอุดตัน เช่น ยาทาเบนซิลเปอร์ออกไซด์ หรือยาทากลุ่มกรดวิตามินเอ จะทำให้สิวหลุดออกได้ง่ายขึ้น ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว ทำให้ผิวแห้ง ลดการสะสมน้ำมันในชั้นผิวหนัง ส่วนถ้ามีสิวหัวหนองขนาดเล็ก ๆ ก็อาจใช้ เจลแต้มสิว ที่มีตัวยาเบนซิลเปอร์ออกไซด์ได้ด้วยเช่นกัน
- ยาฉีดสิว
หากคุณเป็นสิวประเภทสิวแดงและสิวซีสต์ ต้องทำการรักษาโดยแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางเท่านั้น โดยแพทย์จะฉีดสเตียรอยด์ (Steroid) เข้าไปโดยตรงในบริเวณที่เป็นสิว ทำให้การบวมอักเสบของสิวหายไปโดยที่ไม่ต้องบีบสิวออกมา อาจมีผลข้างเคียง คือ ทำให้ผิวบาง อาจเห็นรอยเส้นเลือดใต้ผิวหนังได้
- กดสิวและบำบัดผิว
การกดสิวและบำบัดผิวด้วยทรีทเม้นท์ จะเป็นการรักษาสิวประเภทสิวอุดตัน ซึ่งจะใช้ในกรณีที่รักษาด้วยยาแล้วสิวหัวดำและสิวหัวขาวยังไม่หมดไป โดยแพทย์จะใช้เครื่องมือช่วยในการบีบเอาสิ่งที่อุดตันภายในสิวออกมา
วิธีนี้อาจมีผลข้างเคียง คือ อาจเกิดร่องรอยหรือรอยแผลเป็นได้ จึงควรรักษาร่วมกับการบำบัดผิว เช่น กรดซาลิไซลิกเพื่อผลัดผิวชั้นนอกออกไป ลดการอุดตันของน้ำมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วในรูขุมขน และอาจใช้ครีมบำรุงผิวเข้มข้นร่วมด้วย
บทสรุป
เมื่อใบหน้าของหนุ่มสาวเกิดสิว คงต้องมองหาวิธีที่จะรักษาสิว ซึ่งในบางครั้งเราสามารถรักษาเบื้องต้นด้วยตัวเอง ด้วยการรักษาความสะอาดใบหน้าไม่ให้เกิดความมันบนใบหน้า เนื่องจากสิวมักเกิดจากการที่ใบหน้ามีความมันการควบคุมความมันบนใบหน้าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ หากรักษาด้วยตัวเองแล้วยังไม่ดีขึ้นคงต้องปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาในขั้นตอนต่อไป